The Terrorists world premiere @ Berlinale

•มกราคม 18, 2011 • ปิดความเห็น บน The Terrorists world premiere @ Berlinale

http://thaiindie.com

Advertisements

กลับมา…..อีกครั้ง

•ตุลาคม 24, 2007 • 1 ความเห็น

ผมควรจะเริ่มตรงไหนดี
มีหลายเอ็นทรี่ที่ผมมักจะขึ้นต้นประโยคนี้
เป็นประโยคที่ผมมักจะเริ่มต้นกับเรื่องราวที่ผมไม่แน่ใจเลยว่า
ผมควรจะเล่าเรื่องจากตรงไหนดีนะ
แล้วผมควรจะทำยังไงต่อไป

เอาเป็นว่า ย้อนกลับไปสักเดือนเมษาแล้วกัน
คืนนั้นเรายกขโยงไปดูหมอกัน
จริง ๆ ผมจำเรื่องนี้ไม่ได้แล้วนะ
แต่นึกออกเมื่อตอนที่ฝ้ายบอกว่า
เมื่อคืนกิ๊กพูดว่า “นี่ไงเรื่องที่หมอดูพูดไว้”

ตอนนั้นเราไปดูกันเรื่องงาน
แต่สิ่งที่อยากรู้ที่สุดคือความรัก
ผมจำทั้งหมดที่หมอดูพูด ไม่ได้
แต่สองเรื่องที่หมอดูบอกคือ
1.หลังวันเกิดจะมีแต่เรื่องดี ๆ
2.คนที่คิดถึงจะกลับมา

เรื่องแรก ผมแอบคิดในใจว่า ถ้าดีก็ดี
ผมไม่ค่อยสนใจอะไรแล้ว
ปีนี้มีเรื่องที่ไม่คาดคิดหลายเรื่อง
อันที่จริงที่ผ่านมา ก็มีเรื่องที่คาดไม่ถึงเต็มไปหมด
แล้วผมก็คิดว่ เรื่องดี ที่หมอหมายถึง
คงหมายถึงเรื่องงาน
ซึ่งผมมองว่า ต่อให้งานดีแค่ไหน
ผมก็ยอมแลกกับเรื่องรัก
หมายความว่า ผมยอมเสียทุกอย่างในชีวิตไป
ถ้ามันจะเกิดเรื่องที่ดีกับความรักขึ้นมาบ้าง
แค่สักครั้ง

เรื่องหลัง ผมแอบคิดว่า คนที่คิดถึงน่ะ
ล้วนแต่ไม่มีใครกลับมาสักคนหรอก
ไม่มี ไม่มีทางเลย ผมรู้ดี

เมื่อวานวันเกิด
จริง ๆ ไม่เคยมีวันเกิดมาหลายปีมาก ๆ
เพราะลืมบ้าง ไม่ใส่ใจจะจำบ้าง
แล้วก็กลายเป็นชินกับการอยู่ตัวคนเดียวในวันเกิด

22 ตุลาคม 2005 ปีนั้น ผมฉลองวันเกิดที่ เกาะเสม็ด
กับเขา เป็นครั้งแรกที่เราไปด้วยกันสองคน
แล้วปีถัดมาเราไปที่นั่นอีกครั้ง(แต่ไม่ใช่วันเกิด)เพื่อจะบอกลา

บ่ายวันวาน จู่ ๆ ป้ำก็โทรมาบอกว่า
มีโปรเจ็คท์ใหม่อยากจะปรึกษา
แต่จริง ๆ เราง่วงมาก อยากกลับบ้าน เหนื่อย(เมื่อคืนก่อนยกขโยงไปค้างบ้านโอกัน)
ป้ำนัดที่ต้มยำกุ้ง ที่ข้าวสาร
บ้านโอ อยู่สุขาสอง บ้านผมอยู่เอกชัยบางบอน
อะไรเนี่ย ต้องเป็นวันนี้ด้วยหรือ ผมอยากกลับบ้าน
ป้ำบอกว่า ถ้าวันนี้ได้ก็ดี
เอาวะ ไปก็ไป

แน่นอนว่าผมระแคะระคายนิดหน่อย
เพราะถ้าจำไม่ผิด ป้ำขาฉีกเข้าเฝือกอยู่นี่นา
มันจะไปข้าวสารทำไม
แล้วจริง ๆ ระหว่างนั้น ก็มีโทรศัพท์เข้าเครื่องโออยู่ตลอดเวลา
แล้วโอก็ออกไปรับโทรศัพท์นอกห้อง
โอกับหมูบอกว่าจะกลับไปหอที่รังสิต แต่
แต่
แต่หมูแต่งหน้าออกไปด้วย เอ๊ะ นี่จะกลับหอกันไม่ใช่รึ
เอาเหอะ

ไปถึงต้มยำกุ้ง เจอนพ นพทำหน้าตกใจเล็กน้อย
แล้วเราก็ถามว่า นพมาด้วยหรือ
นพบอกว่า เออ ป้ำนัดเรื่องงาน
เอาเข้าไป
โทรหาป้ำ ป้ำบอกว่าจะมาสายนิด ให้รอ
แต่ปรากฎว่า เรานั่งหันหน้าเข้าหาทางเข้า
ทุกคนมากันพร้อมหน้า และหลบเราไม่ทัน
ฮ่า ๆ ๆ นี่กะจะเซอร์ไพรส์ล่ะสิ
จริง ๆ เหนื่อย อยากนอน
ยืมซีรีส์ของโอมา อยากดู Lost อยากกลับบ้านไปดูเร็ว ๆ
แต่ก็เอาเหอะ ไม่รู้ใครสั่งเบียร์ไปหลอดนึง
แต่เราไม่กินเบียร์กินเหล้านะช่วงนี้ ปรกติไม่ค่อยกินอยู่แล้ว
เพราะจริง ๆ ที่กินได้คือไวน์ แห่ะ ๆ ไฮโซนิดนึง

ระหว่างที่ทุกคนคุยกันเฮฮา และเราก็ทำเป็นเฮฮา
เอาเหอะนะ จริง ๆ เบื่อ อยากกลับบ้าน
ไม่ชอบข้าวสาร มาทำไมกันวะเนี่ย
เพื่อนที่มหาลัยโทรมา บอกว่าตะกี้เห็นเราแว่บ ๆ
มันบอกว่ามันอยู่ฮิปปี้เดอบาร์
เราก็ว่า เออเดี๋ยวแวะไป

แล้วเบอร์โทรแปลก ๆ ก็โทรเข้ามา
จริง ๆ เบอร์แปลก ๆ แบบนี้ เคยโทรเข้ามาเมื่ออาทิตย์ก่อน
แต่ตอนนั้นดูหนังอยู่
แล้วเราก็ไม่รับสาย เห็นว่าเป็นเบอร์ 02 คิดว่าเลิกหนังจะโทรกลับ
พอโทรกลับก็ไม่มีใครรับ เลยคิดได้ว่า คงเป็นเบอร์สาธารณะ
ลืมไป เบอร์นั้น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โทรมาสองครั้ง
ครั้งแรกไม่ได้รับ
ครั้งที่สองที่รับ เขาพูดว่า “พี่ปุ่น พี่ปุ่นใช่มั้ย” แล้วเราก็กระซิบไปว่า
“ดูหนังอยู่เดี๋ยวโทรกลับนะ” เราคิดว่า ไอ้อาร์ตเทคนิคกรุงเทพ
แล้วก็วางหูไป
เลิกหนังโทรไปหาอาร์ต อาร์ตบอกว่า ไม่ได้โทรมา
แล้วเราก็สงสัยจนทุกวันนี้ว่า ใครวะ

เบอร์แปลก ๆ โทรเข้ามาอีกครั้ง
“โหล ๆ พี่ปุ่นหรือ นี่กอล์ฟนะ”
“กอล์ฟไหนวะ” ชั่วชีวิตผมรู้จักกอล์ฟอยู่ 5 กอล์ฟ มีกอล์ฟนึงอยู่เมืองนอก
อีกกอล์ฟ ไม่มีทางโทรมาหาเราแน่ ๆ
แล้วเขาก็อธิบายมาว่ากอล์ฟไหน
ผมจำเสียงเขาไม่ได้ เสียงเขาไม่คุ้นเลย
ผมคิดว่า ต้องมีใครแกล้งแน่ ๆ เพราะวันนี้วันเกิด
เสียงนั้นบอกว่า
“นี่ผมอยู่ข้าวสารนะ ว่างหรือเปล่า อยู่คนเดียวเหงาจัง”
ต้องมีใครแกล้ง แน่ ๆ ผมหันไปมองทุกคนทั้งโต๊ะ
หรือว่าไอ้คิ้มวะ
แล้วเขาก็ถามว่า
“พี่ส่งเสื้อมาให้ผมหรือ”
เราก็บอกว่ารู้ได้ไง
นั่นสิ จะมีคนอื่นรู้เรื่องนี้ได้ไง นอกจากกอล์ฟ
กอล์ฟคนนั้นคนที่ผมเชื่อมาตลอดว่า จะไม่มีทางโทรมาหาผมอีกแล้ว
แต่ผมก็ยังคงไม่แน่ใจอยู่ดี เพราะ
1. นี่มันไม่ใช่เบอร์เขา
2. เสียงเขาไม่เหมือนเดิมเอามาก ๆ
อันที่จริง ไม่ใช่แค่เสียงที่ไม่เหมือนเดิม
แต่มันคือวิธีพูด วิธีพูดไม่เหมือนเดิม
ทำไมผมจะจำไม่ได้ว่าน้ำเสียงและวิธีพูดของเขาเป็นอย่างไร
ผมคิดว่าผมจำได้นะ แต่ผมจำไม่ได้ เพราะมันเปลี่ยนไปทั้งเสียงและวิธีพูด
และผมไม่อยากเชื่อว่านี่จะเป็น เรื่องจริง

เพราะเขาคือกอล์ฟคนที่ผมเชื่อว่า นับจากนี้ เขาจะไม่โทรหาผม อีกแล้ว
ผมแยกตัวเดินออกมา แล้วออกไปที่ถนน เดินไปเรื่อย ๆ
โทรไปหาโอ บอกว่า เดี๋ยวกลับไปนะ อยู่ ๆ กอล์ฟก็โทรมา
กอล์ฟบอกว่า เขาอยู่เบอร์เกอคิง
ผมเดินไปจนใกล้ร้านนั้น
ถ้านี่เป็นหนัง มันคงซึ้งเอามาก ๆ
ผมมองไปในร้าน ไม่เห็นใคร แต่เหลือบไปบนถนนอีกฟากนึง
ใครคนหนึ่งโบกมือให้ ผมเห็นแต่มือนั้น
ก่อนจะเหลือบลงมาเพื่อจะเห็น เขา
เขาคนที่ผมไม่ได้เจอมาเกือบสองปีแล้ว

แต่ผมจำเขาได้
จะลืมได้ยังไง
เราเริ่มคุยกันเหมือนไม่เคยเกิดเรื่องอะไรก่อนหน้านี้
ผมมีอาการเหมือนเดิม
พูดไม่ได้มองหน้า
เป็นสิ่งที่ทำให้เขามักจะทักผมบ่อย ๆ ว่า
มองหน้าผมดิ(ประโยคนี้มีอยู่ในหนังเรื่อง  you are where I belong to)
จะให้ผมทำหน้ายังไงล่ะ

แน่นอนผมดีใจ อันที่จริงดีใจจนอยากจะร้องไห้ด้วยซ้ำไป
มีเรื่องมากมายอยู่ในหัว
มีคำถามอยากถามตั้งเยอะ
มีเรื่องที่อยากรู้
แต่เราคุยกันเรื่องอื่น
วันนี้วันเกิดพี่หรือ
เราก็บอกว่า อือ อยู่กันที่ร้านต้มยำกุ้งนี่แหละ
เราคุยกันเรื่อยเปื่อย
ยกเว้นคำถามว่า นึกไงถึงโทรมา วันนี้

เป็นเรื่องมหัศจรรย์อีกเรื่องแล้ว
เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่ผมรู้สึกดีที่สุดในปีนี้

ทำไมเป็นวันนี้ ที่เขาโทรมา
เป็นวันนี้ที่เราเจอกันอีกครั้ง
เป็นวันนี้ ที่ทั้งผม และเขา อยู่ข้าวสาร ในช่วงเวลาเดียวกัน

ทำไม ทำไม ทำไม
ผมไม่รู้หรอก ไม่ได้ถามเขาด้วย
เพราะถึงถามไป เขาจะรู้หรือไง

เราอัพเดทเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับเขา
เกี่ยวกับผม
เกี่ยวกับเรา
ระหว่างที่เดินไปต้มยำกุ้ง
แต่เป็นเรื่องผิวเผินประเภทว่า
เป็นไง สบายดีหรือ ทำอะไรอยู่

กลับไปถึงร้านต้มยำกุ้ง
ผมขอตัวเข้าห้องน้ำ
อยากจะร้องไห้ออกมา
แล้วน้ำตาก็ไหล
รู้สึกดีจัง
ขอบคุณมาก ไม่ว่าใครก็ตาม ที่ทำให้เรื่องมหัศจรรย์แบบนี้เกิดขึ้น
กินเบียร์ก้นหมดหลอด ก็ย้ายไปกินร้านปัมป์น้ำมันข้างสถานีตำรวจ
ไม่ค่อยได้คุยกับกอล์ฟเท่าไหร่
เรื่องที่คุยส่วนใหญ่จะแนะนำว่า บนโต๊ะนี้ ใครเป็นใคร
ทำอะไรกันบ้าง

อยากกลับบ้านจัง จริง ๆ แล้ว เหนื่อยด้วย ง่วงด้วย
อยู่กันถึงเกือบตีหนึ่ง ก็ต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน

กอล์ฟชวนว่า ไปต่อกันที่อื่นมั้ย
เราก็บอกโอเค
ตอนแรกจะไปแบ๊งค์บาร์ แต่มันปิดแล้วล่ะ
เลยไปนั่งกันที่ไวล์ออคิด
ร้านนี้ วันเกิดสองปีที่แล้วของกอล์ฟ
เราก็มากันที่นี่

เราเริ่มคุยกัน
คุยทุกเรื่อง
ทุกเรื่องจริง ๆ ที่ผมอยากรู้
และเขาอยากรู้
มีคำถาม ที่ทั้งผมและเขา อยากรู้
และคำตอบก็กระจ่างเอาวันนี้เอง
เป็นคำถามประเภทที่ว่า
ถ้าสองปีก่อนเราคุยกันแบบนี้
เราคงต้องฆ่ากันตายไปข้างนึง
แต่มันแปลกมากสำหรับตอนนี้
เขาบอกว่า “ไม่เป็นไรหรอก
พูดออกมาเถอะ รับได้จริง ๆ”
เขาเปลี่ยนไป
ไม่ใช่แค่น้ำเสียง
ไม่ใช่แค่วิธีพูด
เขาเปลี่ยนไปจริง ๆ
“ผมไว้ใจพี่ จริง ๆ ผมไว้ใจพี่”
เขาทำเอาผมชะงักไปเลย
“ดีใจนะที่ได้มาเจอเพื่อนอีกครั้ง”
ผมถามว่า หมายถึงโอ หมู กับเบิ้ลน่ะหรือ
“เปล่า” เขาชี้มาที่ผม
ผมควรจะรู้สึกไงกับคำนี้ดีนะ
“เพื่อน”
ความรู้สึกทั้งสองอย่างปนกัน
เราคุยกันทุก ๆ เรื่อง เวลาผ่านไปล่วงเลยถึงตี 4

……………..
ผมกลับถึงบ้านหกโมงเช้า
ตอนที่แยกจากกัน
เขาบอกว่า
โทรมานะ โทรมาให้ได้ ถ้าอยากเจอ

วันนี้ ผมไม่ได้โทรไป
แต่ผมจะโทรหาเขาสักวัน
เบอร์เขาเปลี่ยนไปแล้ว
ผมยังใช้เบอร์เดิม
ถึงแม้จะมีเบอร์ใหม่ด้วย
แต่ก็ยังใช้เบอร์เดิม
เพราะจริง ๆ ก็แอบหวังว่า สักวันเขาจะโทรมา
แล้วเขาก็โทรมาจริง ๆ
รู้สึกดี
แต่ความกลัวบางอย่างก็คืบคลานเข้ามาด้วย
ผมไม่อาจจะอธิบายได้ว่า มันคืออะไร
ผมเริ่มอยากจะทำหนังอีกสักเรื่องแล้ว

ผมควรจะเริ่มตรงไหนดี

อย่ามองกลับไป

•ตุลาคม 10, 2007 • ปิดความเห็น บน อย่ามองกลับไป

เพลงพวกนี้ไม่เกี่ยวอะไรกะที่อัพอยู่นี่เรยสักนิด แต่เป็นเพลงติดหัวช่วงนี้ มาร้องด้วยกันนะจ๊ะ




เป็นคนแปลก ๆ อยู่อย่าง ที่ถ้าเวลาจะอินอะไร หรือกับใครมาก ๆ ก็จะมาก ๆ

แต่ที่แย่กว่านั้นคือ

ถ้าถึงเวลาไม่อินแล้วล่ะก็

จะไม่หันไปมองมันอีกเลย

เหมือนแยกความทรงจำส่วนนั้นออกไป

ความรู้สึกนี้ทำให้ผมนึกถึงอะไรดีนะ

นึกถึงเพื่อน ใน 20Century Boys ที่เขา ตัดเพื่อน

นึกถึงเพื่อนคนนึงตอนรับน้องสมัยมหาลัยเก่าก่อนที่จะย้านมาจุฬาฯ

ถามเราว่า “ที่เคยบอกไว้ว่ารักเพื่อนน่ะ ไม่แล้วหรือ”

นึกถึงคำพูดของเพื่อนสนิทคนหนึ่งในรุ่น

ที่ตอนนี้มันพยายามชวนไปกินเบียร์ด้วยกันบ่อย ๆ

แต่ก็ไม่ได้ไปสักที เพิ่งโทรมาเมื่อวันก่อน

เพราะเราไม่ได้ไปงานวันเกิดเพื่อนอีกคน

และเบี้ยวนัด แม้ว่าจะเป็นเพื่อนสาวคนสนิท

ด้วยการโทรมาต่อว่า ว่า “มึงทิ้งเพื่อน”

แล้ววางหูเลย

นึกถึงหนังเรื่องJosee, the Tiger and the Fish

หญิงขาเป๋ตัวคนเดียวกำพร้า และยายตาย ที่อ้างนั่นอ้างนี่

เพื่อให้พระเอกรัก จนเขารักเธอ

เธอก็สลัดเขาซะงั้น เปล่ามันไม่ใช่การสลัดเพราะไม่รักหรอก

แต่เพราะรัก และคิดว่าตรงตำแหน่งที่เธออยู่นั้น มันไม่มีอะไรดี

และเขาหาได้ดีกว่านี้

นึกถึง Vibrator ตอนที่นางเอกผิวปาก

แล้วก็ซื้อไวน์กลับบ้าน ก็แค่เรือง ๆ นึงในชีวิต

ที่เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป

ตอนเด็ก ๆ เคยมีความเชื่อนึงว่า เวลาลาจากกัน

หมายถึงถ้าวันนั้นไปไหนกับใครมา แล้วตอนเย็นเราต้องแยกกันกลับบ้านใครบ้านมัน

ต้องอย่ามองกลับไป

เพราะอะไรก็ไม่รู้ เป็นความเชื่อแบบเด็ก ๆ

จำได้ว่าตอนนั้นเชื่อว่า ถ้าหันกลับไปมอง

เราจะไม่ได้พบกันอีก

ขำดีที่บางทีเวลาไปกับใครที่ไม่อยากเจอกันอีก

เราจะหันกลับไป ยิ้มให้ แล้วภาวนาในใจว่า “อย่าเจอกันอีกเลย”

มันเป็นความเคยชินไปแล้ว

และบางทีก็ดูเสียมารยาทมาก ๆ สำหรับบางวัฒนธรรม

เพื่อนญี่ปุ่นคนนึง เคยงอน เพราะไม่หันไปตอนลานี่ล่ะ

เกาหลีอีกคนก็หาว่าเราเสียมารยาทมาก ๆ

แต่ไม่รู้ตัวจริง ๆ

จำได้ว่าช่วงอกหัก ฟูมฟายจะเป็นจะตายวายป่วง

หาทุกวิถีทางจะไปหา โทรหา ตามหา

ผ่านไปสักสามอาทิตย์ เบอร์โทรเขา บ้านอยู่ไหน

ไม่สนใจทั้งนั้น แล้วความรักก็กลับเป็นความเกลียดชังซะงั้น

ไม่โทร ไม่รับโทรศัพท์ ไม่อยากรู้อีกเลยว่าเขาจะเป็นตายร้ายดียังไง

แต่พอมาคิดอีกที

ถ้าในตรรกกะนี้ บางที การที่เราลืมไปแล้ว

อาจมีเหตุผล เพราะเราอาจแอบหวังว่า “เราจะได้เจอกันอีก”

อย่ามองกลับไป

อย่ามองกลับไป

อย่ามองกลับไป

เพื่อเขาจะกลับมา

บทที่กำลังเขียนอยู่นี้ มีซีเควนท์นึง บรรยายความรู้สึกทำนองนี้เอาไว้ด้วย

แต่เราเลือกที่จะให้ตัวละคร ทำสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เราเป็นซะงั้น

อย่ามองกลับไป

อย่ามองกลับไป

รอบฉาย มัชฌิมโลก

•สิงหาคม 10, 2007 • 5 ความเห็น

24 August 2007
เวลา 19.00 – 21.30 Special Program : SPOKEN SILIENCE / 90 นาที Q&A

** ลำดับการฉายอาจมีการเปลี่ยนแปลง
“หนังเงียบไม่มีปากไม่มีเสียง”
สาม-สูญ 3 -0 / 2006 / อโนชาสุวิชากรพงศ์
จดหมายจากความเงียบLetter From the Silience/ 2006 / ปราบต์บุนปาน
จำเลยรักThe Love Culprit / 2006 / สัณห์ชัยโชติรสเศรณี
Silence in D minor / 2006 / ชลิดาเอื้อบำรุงจิต

“คุณรู้สึกฉันรู้สึกแต่ไม่มีใครพูดอะไร”
Bangkok Tanks / 2007 / 6 นาที / นวพลธำรงรัตนฤทธิ์
ลวงโลก/โลกลวง‘(Fake world) / 2007 / 13 นาที / ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์
งานเฝ้าระวังความฝันของบุคคลที่น่าเชื่อว่าฝักใฝ่การทำลายศีลธรรมอันดีของประชาชน / 2007 / 10 นาที / มนัสศักดิ์ดอกไม้
หนังฟัง (When the movie listens) / 2007 / 11 นาที / ตุลพบแสนเจริญ
Man with A Video Camera / 2007 / 9 นาที / จักรวาลนิลธำรงค์
มัชฌิมโลกMiddle-earth / 2007 / 10 นาที / ธัญสกพันสิทธิวรกุล

17-25 /8 / 2007 โรงภาพยนตร์แกรนด์ อีจีวี สยามดิสคัพเวอรี่
บัตรราคารอบละ 60 บาท (บัตรชุด 10 ใบ 500 บาท พร้อมสูจิบัตรงาน) สามารถซื้อบัตรได้ที่หน้างาน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-800-2716

หมายเหตุ: Middle-earth ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฉายเพียงครั้งเดียวในประเทศไทย จะไม่มีการฉายซ้ำอีกไม่ว่าในกรณีใดใดก็ตาม

poster04small.jpg

poster-middle-earth-small.jpg

24th August 2007
7PM in Spoken silence Program
at the 11th Thai Short Film & Video Festival
EGV Grand Siam Discovery
Ticket:60 THB each
more info: 02 800 2716
http://www.thaishortfilmfestival.com/11/

มัชฌิมโลก Middle-earth
ความยาว 10 นาที  2007
กำกับ: ธัญสก พันสิทธิวรกุล Thunska Pansittivorakul
ถ่ายภาพ: ชูเกียรติ วงศ์สุวรรณ Chukiat Wongsuwan
ตัดต่อ-ภาพนิ่ง: นนทวัฒน์ นำเบญจพล Nonthawat Numbenchapol
ผู้ช่วย: อรรถสิทธิ์ สมชอบAtthasit Somchob ศศิกานต์ สุวรรณสุทธิSasikan Suwannasuthi พรรณศักดิ์ ทองทั่ว Pannasak Thongthua
ดนตรีประกอบ: จักรกฤษณ์ อนันตกุลJackkrit Anantakul

แสดง: ธฤติ ศรีวัฒนะ Tarueti Sriwatana และพุฑฒิธร คำมาก Putthithorn Kammak
Synopsis
ระหว่างศิลปะและอนาจาร ระหว่างคมช.และทักษิโณมิค ระหว่างปีศาจและเทพ จะมีพื้นที่ใดสำหรับผู้ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ที่ซึ่งมนุษย์ยังคงหายใจ มีสุข มีเศร้า มีความรู้สึก มีอารมณ์ และมีชีวิตหลากหลายในแบบของเขาเอง
หมายเหตุ:Middle-earth หรือมัชฌิมโลก คือที่อยู่อาศัยของพวก ‘มรรตัยชน'(มนุษย์ผู้รู้ตาย)
Note:Middle-earth refers to the fictional ‘mortal’ lands

poster003small.jpg

poster05small1.jpg

ไม่อยู่กรุงเทพ

•สิงหาคม 3, 2007 • 1 ความเห็น

มาอยู่ที่นี่ได้สี่วันแล้ว

ดีเหมือนกันไม่มีทีวีดู

เลยเปิดเนตทั้งวันแทน 555

ตอนนี้นึกถึงคำหมอดูเมื่อสักสองเดือนก่อน

อยู่ ๆ ก็นึกอยากดูหมอซะงั้น กิ๊กพาไปปลุกหมอตอนสี่ทุ่ม

แห่กันไปตั้งใจจะไปกันหลายคน

แต่ในที่สุดเขาบอกว่าดูได้แค่คนเดียว

เลยตกเป็นเราซะงั้น

หมอดูบอกว่า

ให้ไปทำบุญ และเขาบอกว่า เรามีเส้นอะไรบางอย่างบนมือ

ถ้าเป็นเรื่องดีก็จะดีมาก แต่ถ้าร้ายก็อันตรายเลย ไม่ใช่หมาย ถึงตัวเรานะ

แต่หมายถึงเรื่องที่กำลังเกิดในอนาคตอันใกล้

และเขาว่า ขอให้อย่าเป็นเรื่องร้าย

หมอบอกอีกว่า เราจะเจอเรื่องดีขึ้นนเรื่อย ๆ

และจะดีสุด ๆ หลังวันเกิด

ไม่รู้จริงหรือเปล่า

แต่ช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง

กิ๊กไปดูอีกที่นึงมา หมอเขาฝากมาบอกเราว่า

ให้ไปทำบุญด่วนเลย

ด้วยการป่ล่อยปลาไหลแปดตัว ตักบาตรพระแปดรูป แล้วก็ทำบุญกระถางธูป

เขาฝากย้ำมาว่า ด่วน ๆ เลย

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อไว้ก่อนล่ะ ของงี้ จริงไม่จริงไม่รู้ แต่เพื่อความสบายใจ

ว่าแล้วภารกิจก็เกิดขึ้นในเช้าวันหนึ่ง

ขอไม่เล่าว่าจริงหรือไม่ เพราะหลังจากนั้น ก็เริ่มมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้น

ตอนนี้ไม่อยู่กรุงเทพ

สามารถตามหาผมได้ในแคมฟร็อกตอนดึก ๆ

กะลังติดดีเจคนนึงอยู่

ผมกำลังเรียนรู้โลกอีกด้านหนึ่ง

และพบหลายสิ่งน่าสนใจในนั้น

ประเด็นพื้น ๆ ที่เรามักจะสงสัยกันบ่อยเกี่ยวกับเทคโนโลยี

ตอนนี้ผมกำลังรู้สึกเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ความง่ายของเทคโนโลยี

ที่ดูเหมือนจะทำให้คนติดต่อกันสะดวกขึ้น

แต่มันกลับเกิดระยะห่างที่มองไม่เห็นมากขึ้นด้วย

มันมากกว่าแค่คำว่า ความเหงา

บอกไม่ถูกว่ามันคืออะไร แต่มันมากกว่าความเหงา หรือความอ้างว้าง

นึกถึงคำพูดของนางเอกในหนัง Boys on the Side

ซึ่งจริง ๆ เป็นคำพี่อยู่บนหัวบล็อกนี่ล่ะ

Between me and everybody else there’s all this space all the time and it gets bigger and bigger and…I’m on one side, you know…and, I’m screaming and the one person I think I’m holding is afraid of it, too.

ระหว่างฉันและคนอื่น ๆ มันเหมือนมีช่องว่างตลอดเวลา แล้วมันก็กว้างขึ้น กว้างขึ้น แล้ว…..ฉันอยู่อีกข้างหนึ่ง รู้มั้ย…..แล้ว ฉันพยายามจะกรีดร้อง แล้วคนหนึ่งที่ฉันคิดว่าฉันกำลังกอดไว้ กำลังกลัวสิ่งนั้นด้วย

ไม่มีใครอยากไม่ดี

ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องร้าย ๆ

ทุกคนต่างคาดหวังว่าจะพบเจอสิ่งดี ๆ

แต่นี่ล่ะคือชีวิต เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็ร้าย

เรื่องราวของคนมันสนุกตรงนี้ล่ะ

ไม่มีใครคาดถึง

Middle-earth

•กรกฎาคม 29, 2007 • 7 ความเห็น

poster04small.jpg

poster-middle-earth-small.jpg

Coming soon at the 11th Thai Short Film & Video Festival
August 2007

มัชฌิมโลก Middle-earth
ความยาว 10 นาที  2007
กำกับ: ธัญสก พันสิทธิวรกุล Thunska Pansittivorakul
ถ่ายภาพ: ชูเกียรติ วงศ์สุวรรณ Chukiat Wongsuwan
ตัดต่อ-ภาพนิ่ง: นนทวัฒน์ นำเบญจพล Nonthawat Numbenchapol
ผู้ช่วย: อรรถสิทธิ์ สมชอบAtthasit Somchob ศศิกานต์ สุวรรณสุทธิSasikan Suwannasuthi พรรณศักดิ์ ทองทั่ว Pannasak Thongthua

ดนตรีประกอบ: จักรกฤษณ์ อนันตกุลChuckkrit Anantakul
แสดง: ธฤติ ศรีวัฒนะ Tarueti Sriwatana และพุฑฒิธร คำมาก Putthithorn Kammak
Synopsis
ระหว่างศิลปะและอนาจาร ระหว่างคมช.และทักษิโณมิค ระหว่างปีศาจและเทพ จะมีพื้นที่ใดสำหรับผู้ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ที่ซึ่งมนุษย์ยังคงหายใจ มีสุข มีเศร้า มีความรู้สึก มีอารมณ์ และมีชีวิตหลากหลายในแบบของเขาเอง
หมายเหตุ:Middle-earth หรือมัชฌิมโลก คือที่อยู่อาศัยของพวก ‘มรรตัยชน'(มนุษย์ผู้รู้ตาย)
Note:Middle-earth refers to the fictional ‘mortal’ lands

poster003small.jpg

poster05small1.jpg

 

อีกนิดเดียว

•กรกฎาคม 10, 2007 • 5 ความเห็น

กำลังจะออกเดินทาง คราวนี้ตื่นเต้นกว่าทุกครั้ง ทั้งที่ไม่ได้ไปไหนไกลเลย แต่ตื่นเต้นจริง ๆ ตึ้กตั้ก ๆ

 วันนี้ไปดู ฮูล่าเกิร์ลส์มา หนังฟีลกู๊ดที่จีทีเอชไม่มีปัญญาทำได้

เจ๋งดี

รู้สึกอะไร ๆ มากมาย แต่ไม่รู้จะพูดออกมาทำไม หรืออธิบายไม่ได้ก็ไม่รู้

แต่รู้สึกดี รู้สึกดี